พิมพ์
หมวด: The Only Perfect Man
ฮิต: 2013

pdf pic

 

 

บทที่ 6

 

ch1 1

 

เสาหลักที่สี่ของ

 

ความเชื่อในตรีเอกานุภาพ: วิวรณ์บทที่ 1

 

 

 

      วิวรณ์บทที่ 1 เป็นหนึ่งในสี่เสาหลักของความเชื่อในตรีเอกานุภาพที่เมื่อสมัยผมยังเป็นผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพ ผมได้ใช้เพื่อพิสูจน์ว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้า รวมทั้งอีกสามเสาหลักคือ ยอห์นบทที่ 1, โคโลสีบทที่ 1, และฮีบรูบทที่ 1  แต่การศึกษาวิวรณ์บทที่ 1 อย่างละเอียดจะแสดงให้เห็นว่าบทนี้ไม่ได้สอนความเชื่อในพระเจ้าตรีเอกานุภาพ หรือว่าความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์  เราจะสรุปให้เห็นโดยย่อเพราะเราจะพูดถึงหัวข้อที่เกี่ยวข้องกันในบทต่อไปเกี่ยวกับการยกย่องสรรเสริญพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่  ต่อไปนี้คือวิวรณ์บทที่ 1 ทั้งบท

 

1 วิวรณ์​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ที่​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​แก่​พระ​องค์ เพื่อ​​​แสดงให้​บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์เห็น​​ที่​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​ใน​ไม่ช้า ​พระ​องค์​ได้ทรงให้​ทูต​สวรรค์​ไป​แจ้ง​กับ​ยอห์น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์ 2​ผู้เป็น​พยาน​ถึง​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​และคำ​พยานเกี่ยวกับ​พระ​เยซู​คริสต์ แม้กระทั่งกับ​ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​เห็น  3ความ​สุข​มี​แก่​ผู้​ที่​อ่าน​​คำ​เผย​พระ​วจนะนี้ และความ​สุข​มี​​แก่​บรร​ดา​ผู้​ที่​ฟังแล้ว​ประ​พฤติ​ตาม​สิ่ง​ที่​เขียน​ไว้​ใน​นั้น เพราะเวลา​นั้น​ใกล้​เข้า​มา​แล้ว

4ยอห์น ​เรียนมายัง​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​เอ​เชีย  ขอ​​พระ​คุณและ​สันติ​สุขมีแก่ท่านทั้งหลาย ​​จาก​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา และ​จาก​​วิญ​ญาณ​ทั้ง​เจ็ด​ที่​​อยู่​หน้า​พระที่นั่ง​ของ​พระ​องค์  5และ​จาก​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้เป็นพยานที่​ซื่อ​สัตย์ ​เป็น​บุตรหัวปี​ที่​​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย และ​เป็นผู้ปก​​​ครอง​เหนือ​บรร​ดา​กษัตริย์​ใน​โลก  แด่พระ​องค์​ผู้ทรง​รัก​เราทั้งหลายและได้ทรง​ให้​เราหลุดพ้น​จาก​บาป​ของ​เรา​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​องค์  6และ​ได้ทรง​ตั้ง​เรา​ให้​เป็น​อา​ณา​จักร​และ​เป็น​​ปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้าและ​พระ​บิดา​ของ​พระ​องค์ ขอให้​พระ​เกียรติ​และฤทธิ์อำนาจ​มี​แด่​พระ​องค์​ตลอดไป​เป็น​นิตย์ อา​เมน

7 ดูเถิด พระ​องค์​จะ​เสด็จ​มา​​กับ​หมู่​เมฆ และ​นัยน์​ตา​ทุก​ดวง​จะ​เห็น​พระ​องค์ แม้​แต่​คน​เหล่านั้น​ที่ได้​แทง​พระ​องค์ และ​มนุษย์​ทุก​เผ่า​พันธุ์​ทั่ว​โลก​จะ​ร้อง​ครวญ​เพราะ​พระ​องค์ ก็จะ​เป็น​ไป​เช่น​นั้น อา​เมน   8พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​เป็นองค์ผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุดตรัส​ว่า “เรา​เป็น​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา ผู้ทรง​เป็น​อยู่    ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​”

9ข้าพ​เจ้า​คือ​ยอห์น พี่​น้อง​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย ผู้​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​ความทุกข์ยากและ​ใน​อา​ณา​จักร และ​ความ​ทร​หด​อด​ทน​ที่มีอยู่ใน​พระ​เยซู ข้าพ​เจ้า​​มาอยู่​ที่​เกาะ​ปัท​มอส​เพราะ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า​และ​คำ​พยาน​ของ​พระ​เยซู 10​ข้าพ​เจ้าอยู่ในพระ​วิญ​ญาณ​​ใน​วัน​ของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า และ​ข้าพ​เจ้า​ได้​ยิน​เสียง​​เหมือน​อย่าง​เสียง​แตรดัง​มา​จาก​ข้าง​หลัง​ข้าพ​เจ้า 11กล่าว​ว่า “จง​เขียนสิ่ง​ที่​ท่าน​เห็นลง​ใน​หนัง​สือ​ม้วน แล้ว​ส่ง​ไป​ให้​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด ถึง​คริสต​จักร​ที่​เมือง​เอ​เฟ​ซัส เมือง​สเมอร์​นา เมือง​เปอร์​กา​มัม เมือง​ธิยา​ทิรา เมือง​ซาร์​ดิส เมือง​ฟีลา​เดล​เฟีย​ และ​เมือง​เลา​ดี​เซีย”

12แล้ว​ข้าพ​เจ้า​ก็​หัน​มา​ดู​เสียง​ที่พูด​กับ​ข้าพ​เจ้า​ และ​เมื่อ​หัน​​มา​ ​ข้าพ​เจ้า​ก็​เห็น​คัน​ประ​ทีป​ทอง​คำ​เจ็ด​คัน  13และใน​ท่าม​กลาง​คัน​ประ​ทีป​เหล่า​นั้น​มี​ผู้​หนึ่ง​เหมือน​บุตร​มนุษย์ ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​ยาว​ และ​ทรง​คาด​แถบ​ทอง​คำ​รอบ​พระ​อุระ  14พระ​เศียร​และ​พระ​เก​ศา​ของ​พระ​องค์​ขาว​เหมือน​อย่าง​ขน​แกะ เหมือน​อย่าง​หิมะ  พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์​เหมือน​อย่าง​เปลว​ไฟ 15พระ​บาท​ของ​พระ​องค์​เหมือน​ทอง​สัม​ฤทธิ์เงางาม  ดั่ง​หลอม​ใน​เตา​ไฟ และพระ​สุรเสียง​ของ​พระ​องค์​เหมือน​เสียง​น้ำ​มาก​หลาย 16​พระ​องค์ทรง​ถือ​ดาว​เจ็ด​ดวงไว้ในพระ​หัตถ์​ขวา​ของ​พระ​องค์ และ​มี​ดาบ​สอง​คม​ที่​คม​กริบ​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์ของ​พระ​องค์ และ​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​เหมือน​ดวง​อา​ทิตย์​ที่​ส่อง​แสง​แรง​กล้า

17เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​เห็น​พระ​องค์ ข้าพ​เจ้า​ก็​ล้ม​ลง​แทบ​พระ​บาท​ของ​พระ​องค์​เหมือน​​คน​ตาย  แต่​พระ​องค์ทรง​วาง​พระ​หัตถ์​ขวา​บน​ตัว​ข้าพ​เจ้า และ​ตรัส​ว่า “อย่า​กลัว​เลย เรา​เป็น​เบื้อง​ต้น​และ​เป็น​เบื้อง​ปลาย 18และเป็น​ผู้​ที่​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่  เรา​​ตาย​แล้ว และดูเถิดเรา​ยัง​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่​ตลอด​ไป และ​เรา​ถือ​ลูก​กุญ​แจ​​แห่ง​ความ​ตาย​และ​​แดน​มรณา  19เพราะ​ฉะนั้น จง​เขียน​สิ่ง​ที่​เจ้าได้​เห็น​ ​คือสิ่ง​ที่​กำ​ลัง​เป็น​อยู่​ขณะ​นี้ และ​สิ่ง​ที่​จะ​เกิด​ขึ้น​หลัง​จาก​นี้  20ส่วน​ความ​ล้ำ​ลึก​ของ​ดาว​ทั้ง​เจ็ด​ดวงที่​เจ้า​เห็น​ใน​มือ​ขวา​ของ​เรา และ​ของ​คัน​ประ​ทีป​ทอง​คำ​ทั้ง​เจ็ด​ ดาว​เจ็ด​ดวง​ก็​คือ​บรรดา​ทูต​สวรรค์​ของ​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด และ​คัน​ประ​ทีป​เจ็ด​คัน​นั้น​ก็​คือ​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด  (ฉบับ ESV)

 

การเปิดเผยของพระเยซูคริสต์ซึ่งพระเจ้าประทานแก่พระองค์

      เมื่อยังเป็นผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพนั้น เราไม่ได้สังเกตหรือให้ความสำคัญอย่างเพียงพอว่า การเปิดเผยของพระเยซูคริสต์ไม่ได้มาจากพระเยซูเอง แต่แท้จริงแล้วมาจากพระเจ้าผู้ประทานให้กับพระเยซูเพื่อพระเยซูจะได้แสดงแก่​บรร​ดาผู้รับใช้ (หรือทาส) ของพระองค์ โดยเฉพาะอัครทูตยอห์น

 

วิวรณ์​ของ​พระ​เยซู​คริสต์​ที่​พระ​เจ้า​ประ​ทาน​แก่​พระ​องค์ เพื่อ​​​แสดงให้​บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์เห็น​​ที่​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​ใน​ไม่ช้า ​พระ​องค์​ได้ทรงให้​ทูต​สวรรค์​ไป​แจ้ง​กับ​ยอห์น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์ (วิวรณ์​ 1:1 ฉบับ ESV)

 

      เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่หนังสือวิวรณ์เริ่มต้นด้วยการแยกแยะบุคคลไว้อย่างชัดเจน ที่ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างพระเยซูคริสต์กับพระเจ้าในคำกล่าวว่า พระเจ้าได้ประทานวิวรณ์ให้กับพระเยซูคริสต์  ยอห์นกล่าวตรงๆด้วยภาษาที่ไม่ได้สนับสนุนความเชื่อในตรีเอกานุภาพว่า “พระเจ้า” แทนที่จะเป็น “พระเจ้าพระบิดา” ซึ่งทำให้พระเยซูทรงแตกต่างไปจากพระเจ้า และไม่ใช่แค่จากพระเจ้าพระบิดา ผู้ที่ถึงอย่างไรก็เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว (ยอห์น 17:3)[1]  และข้อสรุปของเราได้แรงสนับสนุนมากขึ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่าข้อนี้ พูดถึง “พระเจ้าที่ชี้เฉพาะ” (ho theos) มากกว่า “พระเจ้า” (theos)

      ความจริงที่ว่าวิวรณ์ไม่ได้มาจากพระเยซูคริสต์เอง แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าพระบิดาประทานให้แก่พระองค์นั้นผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพทั้งหลายต่างก็รู้กันดี  ยกตัวอย่างเช่น เอช เอ ดับบลิว มายเออร์ กล่าวว่า “การเปิดเผยที่ระบุไว้ในหนังสือเล่มนี้ พระคริสต์ทรงได้รับจากพระบิดา”  และ เจ พี แลงก์กล่าวว่า “[วิวรณ์] ซึ่งพระเจ้าประทานแก่พระองค์นั้น พระเจ้าก็คือพระบิดา”[2]

      คู่มืออธิบายพระคัมภีร์ของผู้อธิบายเกี่ยวกับวิวรณ์ 1:1 อธิบายถึงลูกโซ่ของอำนาจที่เริ่มต้นจากพระเจ้าว่า “มีห้าการเชื่อมต่อกันในลูกโซ่ของอำนาจ คือพระเจ้า พระคริสต์ ทูตสวรรค์ของพระองค์  ยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์ และบรรดาผู้รับใช้ในคริสตจักรทั้งหลาย”  คู่มืออธิบายพระคัมภีร์ใหม่ของไอวีพี[3] เกี่ยวกับวิวรณ์ 1:1 ก็กล่าวคล้ายๆกันว่า

 

ถ้าพระเยซูทรงเป็นแหล่งโดยตรงของวิวรณ์ พระเจ้าก็ทรงเป็นแหล่งที่มาสูงสุด พระเจ้าประทานวิวรณ์แก่พระเยซูคริสต์เพื่อที่จะแสดงต่อผู้รับใช้ของพระองค์  ประเด็นนี้ก็เหมือนในพระกิตติคุณยอห์นมากที่พระเยซูทรงยืนกรานซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า ถ้อยคำที่พระองค์ตรัสนั้นไม่ใช่คำพูดของพระองค์เอง แต่เป็นคำของ “ผู้ที่ส่งพระองค์มา” (เช่น ยอห์น 7:16-17, 28; 8:28; 12:49-50)[4]

 

      แต่ในฐานะที่เป็นผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพนั้น เราได้มองข้ามสิ่งที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในวิวรณ์ 1:1  และคิดอย่างผิดๆว่าวิวรณ์มาจากพระเยซูเอง  ความจริงมีอยู่ว่า แม้หลังจากการได้รับพระเกียรติของพระองค์[5] พระเยซูไม่ได้มีอำนาจที่แยกจากพระเจ้า เพราะแม้ในขณะนี้พระองค์ก็ทรงทำทุกสิ่งภายใต้อำนาจของพระบิดาเหมือนที่พระองค์ทรงเคยทำก่อนหน้านี้เมื่อทรงอยู่ในโลก

 

​ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา

      คำทักทายของยอห์นถึงคริสตจักรเจ็ดแห่งในเอเชียในข้อ 4 และข้อ 5 นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาในการใช้คำศัพท์ที่ในพระคัมภีร์จะมีเฉพาะในหนังสือวิวรณ์

 

ยอห์น ​เรียนมายัง​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด​ที่​อยู่​ใน​แคว้น​เอ​เชีย ขอ​​พระ​คุณและ​สันติ​สุขมีแก่ท่านทั้งหลาย ​​จาก​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​ และ​จาก​​วิญ​ญาณ​ทั้ง​เจ็ด​ที่​อยู่​หน้า​พระ​ที่นั่งของ​พระ​องค์  และ​จาก​พระ​เยซู​คริสต์ผู้เป็น​พยาน​ที่​ซื่อ​สัตย์ เป็น​บุตรหัวปี​ที่​​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย และ​เป็นผู้​ปก​ครอง​เหนือ​บรร​ดา​กษัตริย์​ใน​โลก (วิวรณ์ 1:4-5 ฉบับ ESV)

 

      คำทักทายนี้อาจเป็นเพียงการขยายคำทักทายของเปาโลซึ่งคริสตจักรในยุคแรกคุ้นเคยว่า “ขอพระคุณและสันติสุขจากพระเจ้าพระบิดาของเรา และจากพระเยซูคริสต์องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย”[6]  แต่ถ้าเราใช้คำทักทายของยอห์นแบบตรงตัวมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับวิญญาณทั้งเจ็ดที่อยู่หน้าพระที่นั่ง มันก็จะเป็นข้อความที่ไปถึงคริสตจักรทั้งเจ็ดในนามของสามฝ่าย คือพระเจ้า “ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​”  อีกทั้งวิญญาณทั้งเจ็ด[7]ที่อยู่หน้าพระที่นั่งของพระเจ้า และพระเยซูคริสต์  ยอห์นแยกให้เห็นความแตกต่างของบุคคลอีกครั้ง คราวนี้แยกให้เห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงแตกต่างจากพระองค์ “ผู้​ทรง​เป็น​อยู่  ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​” ซึ่งเป็นคำเรียกพระเจ้าที่ในพระคัมภีร์จะมีเฉพาะแต่ในวิวรณ์เท่านั้น  คำเรียกนี้มีปรากฏสามครั้งในวิวรณ์ ครั้งแรกอยู่ตรงนี้ (1:4) และกล่าวซ้ำใน 1:8 และ 4:8 อีกทั้งยังมีปรากฏในรูปที่สั้นกว่าใน 11:17 และ 16:5 รวมทั้งหมดห้าครั้ง

 

วิวรณ์ 1:4 ขอ​​พระ​คุณและ​สันติ​สุขมีแก่ท่านทั้งหลาย ​​จาก​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​

วิวรณ์ 1:8 พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​เป็นองค์ผู้เป็นเจ้าผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุภาพ​สูง​สุด ตรัส​ว่า “เรา​เป็น​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา”​

วิวรณ์ 4:8 พวก​เขา​​พูดไม่​หยุดตลอดทั้ง​วันทั้ง​คืน​ว่า “บริ​สุทธิ์ บริ​สุทธิ์ บริ​สุทธิ์ องค์​​ผู้​เป็น​เจ้า[8]​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​สูง​สุด ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา”

วิวรณ์ 11:17 “​ข้า​พระ​องค์​ทั้งหลายขอบ​พระ​คุณ​พระ​องค์ องค์​​ผู้​เป็น​เจ้า พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุ​ภาพ​สูง​สุด ผู้ทรง​เป็น​อยู่​และ​ผู้ทรง​เคย​เป็น​อยู่ เพราะ​พระ​องค์​ได้ทรง​สำแดงฤท​ธา​นุภาพ​อัน​ยิ่ง​ใหญ่​ของ​พระ​องค์​ และ​ได้ทรง​เริ่ม​ครอบ​ครอง”

วิวรณ์ 16:5 “พระ​องค์​ทรง​ยุติธรรม ข้าแต่องค์บริสุทธิ์ ผู้​​ทรง​เป็น​อยู่​และผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ เพราะ​พระ​องค์​ได้​ทรงนำการ​พิ​พาก​ษามา” (กล่าวถึงพระเจ้า, ข้อ 1)

 

      คำเรียก “​ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​” (หรือในรูปที่สั้นกว่า) ในข้อเหล่านี้ไม่ได้กล่าวถึงพระเยซูคริสต์  ในแต่ละกรณีจะอ้างถึงพระเจ้า พระบิดาของพระเยซูคริสต์ตามที่ผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพส่วนมากยอมรับ

      ผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพบางคนบอกว่า สามอนุประโยคในคำกล่าวว่า “ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา” อ้างถึงพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ตามลำดับ  แต่ข้อ สรุปนี้แปลกๆและไม่มีมูลความจริงจนไม่เป็นที่ยอมรับแม้แต่ในงานเขียนของผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพ เช่น คู่มืออธิบายพระคัมภีร์สำหรับนักเทศน์ (วิวรณ์ 1:4) กล่าวว่า “ทุกอนุประโยคใช้กับพระบิดาไม่ใช่กับแต่ละพระองค์”  พระคัมภีร์ใหม่ภาษากรีกของอัลฟอร์ด (วิวรณ์ 1:4) กล่าวว่า “ชื่อเรียกรวม” นั้น “ต้องใช้กับพระบิดา”  คู่มือผู้อธิบายพระคัมภีร์ของผู้อธิบาย[9] (วิวรณ์ 1:4) กล่าวว่าคำเรียก “ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา” กล่าวถึง “พระบิดา” โดยเฉพาะ  ยังมีกล่าวต่อไปว่าคำเรียกนี้แสดงถึงความเหนือกาลเวลาที่นิรันดร์ของพระยาห์เวห์

 

ชื่อที่อธิบายเกี่ยวกับพระบิดา [​ผู้​ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​] ไม่มีปรากฏที่ไหนเลยนอกจากวิวรณ์ (4:8; เปรียบเทียบ 11:17; 16:5)  เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่า เป็นการถอดความสำหรับชื่อของพระเจ้าที่แสดงให้เห็นทั่วพระคัมภีร์เดิมด้วยอักษรฮีบรูสี่ตัวว่า YHWH ที่หมายถึงพระเจ้า... การรวมกันครบของทั้งสามกาลในไวยากรณ์เหล่านี้ [นั่นคือ กาลปัจจุบัน อดีตกาล อนาคตกาล] มีปรากฏในทาร์กัมปาเลสไตน์เกี่ยวกับเฉลยธรรมบัญญัติ 32:39 ... กาลในไวยากรณ์เหล่านี้ทำให้รู้ว่าพระเจ้าองค์เดียวกันนี้สถิตอยู่ตลอดไปกับผู้ที่อยู่ในพันธสัญญาของพระองค์

 

      คู่มืออธิบายการใช้พระคัมภีร์เดิมในพระคัมภีร์ใหม่เกี่ยวกับวิวรณ์ 1:4 อธิบายไว้ว่า “​ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​” หมายถึง YHWH ของอพยพ 3:14[10] โดยชี้ไปที่การใช้ไวยากรณ์กรีกที่ผิดธรรมดาของยอห์น  ผู้อ่านบางคนอาจต้องการอ่านข้ามคำอ้างอิงต่อไปนี้เนื่องจากมีลักษณะที่เป็นวิชาการอยู่บ้าง

 

คำอธิบายเกี่ยวกับพระเจ้าว่า “​ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​” เป็นการตีความชื่อ “YHWH” (ยาห์เวห์) ที่ยึดความคิดตามอพยพ 3:14 พร้อมด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับกาลกริยาสองและสามส่วนเกี่ยวกับพระเจ้าในอิสยาห์  (เปรียบเทียบอิสยาห์ 41:4; 43:10; 44:6; 48:12) ซึ่งเป็นไปได้ว่าคำอธิบายเหล่านี้เองเป็นความคิดเกี่ยวกับพระนามของพระเจ้าในอพยพ 3:14  ชื่อในอพยพ 3:14 ยังถูกขยายในลักษณะสามส่วนโดยคำสอนสืบทอดของชาวยิวในภายหลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งทาร์กัมซูโด-โยนาธาน[11] ในเฉลยธรรมบัญญัติ 32:39 ที่ว่า “เรานี่แหละ คือผู้ที่เป็นอยู่ และเคยเป็นอยู่ และเรานี่แหละเป็นผู้ที่จะเป็น”  ส่วนแรกที่ว่า “ผู้ที่เป็นอยู่” (ho ōn) มาจากอพยพ 3:14 ฉบับ LXX (egō eimi ho ōn) และแม้ว่าคำบุพบท apo จะเรียกร้องสัมพันธการก ยอห์นก็คง ho ōn ให้เป็นกรรตุการก[12]เพื่อเน้นสิ่งนี้ว่าเป็นการกล่าวถึงอพยพ

 

      กล่าวโดยสรุปแล้ว คำเรียกที่ไม่เปลี่ยนแปลงว่า “​ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และ​ผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​” เป็นของพระยาห์เวห์พระเจ้า ไม่ใช่ของพระเยซู และแสดงถึงความเหนือกาลเวลาที่นิรันดร์ของพระเจ้า (อพยพ 3:14 “เรา​เป็น​ผู้​ซึ่ง​เรา​เป็น”) ซึ่งยังเผยให้เห็นในสดุดี 90:2 ว่า “ก่อน​ที่​ภูเขา​ทั้ง​หลาย​เกิด​ขึ้น​มา หรือก่อน​ที่​พระ​องค์จะ​ทรง​ให้​กำ​เนิด​แผ่น​ดิน​โลก​และ​พิภพ พระ​องค์​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​ตั้ง​แต่​นิ​รันดร์​กาล​ถึง​นิ​รันดร์​กาล”  ภาพของพระยาห์เวห์ว่าเป็นผู้ที่ทรงขยายขอบเขตของพระองค์ไปถึงอดีตอันไม่มีที่สิ้นสุด ผ่านสู่ปัจจุบัน และเข้าไปในอนาคตนั้นมีรายละเอียดเพิ่มเติมในข้อ 8

 

พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ฤท​ธา​นุภาพ​สูง​สุด ตรัส​ว่า “เรา​เป็น​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา” ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่ และผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา​ (วิวรณ์ 1:8)

 

      พระยาห์เวห์ทรงเป็นอัลฟา ซึ่งเป็นตัวอักษรตัวแรก เพราะทุกสิ่งมาจากพระองค์  พระองค์ทรงเป็นโอเมกา ซึ่งเป็นตัวอักษรตัวสุดท้าย เพราะทุกสิ่งจะกลับมาหาพระองค์ด้วยความสำเร็จอันงดงามตามพระประสงค์ของพระองค์

 

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์ เป็นบุตรหัวปีที่เป็นขึ้นจากความตาย

และ​จาก​พระ​เยซู​คริสต์​ผู้เป็นพยาน​ที่​ซื่อ​สัตย์ เป็น​บุตรหัวปี​ที่​​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย และ​เป็นผู้​ปก​ครอง​เหนือ​บรร​ดา​กษัตริย์​ใน​โลก แด่พระ​องค์​ผู้ทรง​รัก​เราและได้ทรง​ให้​เรา​หลุดพ้นจาก​บาป​ของ​เรา​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​องค์ (วิวรณ์ 1:5)

 

      นี่คือภาพที่สวยงามของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็น “พยานที่สัตย์ซื่อ” ต่อพระบิดาของพระองค์จนถึงความตายดังที่มีการกล่าวถึงพระองค์ในฟีลิปปี 2:8 ว่าทรง​ยอม​เชื่อ​ฟัง​จน​ถึง​ความ​มร​ณา กระ​ทั่ง​มร​ณา​บน​กาง​เขน  ด้วยเหตุนี้สิ่งแรกที่กล่าวถึงชีวิตในโลกของพระเยซูในวิวรณ์ ก็คือความซื่อสัตย์ต่อพระยาห์เวห์พระบิดาของพระองค์ ทั้งโดยชีวิตของพระองค์และโดยความตายของพระองค์  ความสมบูรณ์แบบของพระเยซูอยู่ในความสัตย์ซื่อที่สมบูรณ์ของพระองค์ต่อพระบิดาของพระองค์ในการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้พระองค์เพื่อเป็นพยานถึงพระบิดา  ความสมบูรณ์แบบไม่ได้เป็นแนวคิดนามธรรม แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นในคุณภาพชีวิตที่ไม่มีใครเทียบได้ของพระเยซู

      เพราะพระเยซูทรงซื่อสัตย์จนถึงความตาย พระบิดาจึงทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นจากความตาย  ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงเป็นบุตรหัวปีที่เป็นขึ้นจากความตาย (ข้อ 5) ผู้ที่​ถือ​ลูก​กุญ​แจ​​แห่ง​ความ​ตาย​และแดน​คน​ตาย (ข้อ 18)  ในฐานะบุตรหัวปี พระเยซูจึงทรงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย (ข้อ 17) เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของการทรงสร้างใหม่ซึ่งได้เริ่มต้นอย่างแท้จริงด้วยการฟื้นขึ้นจากความตาย

      แม้ว่า “เบื้องต้นและเบื้องปลาย”[13] จะหมายถึงพระเจ้าในอิสยาห์ 44:6 และ 48:12 ในพระคัมภีร์ใหม่ก็มีหลายวิธีที่สะท้อนถึงคำเรียกนี้ที่ใช้กับพระเยซู ที่สำคัญไม่น้อยจากชีวิตและคำสอนของพระองค์เองดังที่ว่า “ถ้า​ใคร​ต้อง​การ​จะ​เป็น​คน​แรก ก็​ให้​คน​นั้น​เป็น​คน​สุด​ท้าย และ​เป็น​คน​ปรน​นิบัติ​คน​ทั้ง​หลาย” (มาระโก 9:35)  “คน​ที่​เป็น​คน​สุด​ท้าย​จะ​กลับ​เป็น​คน​แรก และ​คน​ที่​เป็น​คน​แรก​จะ​กลับ​เป็น​คน​สุด​ท้าย” (มัทธิว 20:16)

      พระเยซูเป็นคนแรกและคนสุดท้ายในฐานะที่เป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงแกะจะเป็นคนแรกที่นำแกะไปข้างหน้าและเป็นคนสุดท้ายที่คอยดูว่ามีตัวไหนที่พลัดหลงอยู่ข้างหลังหรือไม่ ซึ่งก็เหมือนกับคนนำทางที่นำกลุ่มนักปีนเขาขึ้นไปบนภูเขา แต่ก็ยังเหลียวหลังไปดูว่ามีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือไม่

      ในที่สุดแล้ว พระเยซูทรงเป็นคนแรกในการเป็น “บุตรหัวปีที่เป็นขึ้นจากตาย” ทั้งยังเป็น “บุตร​หัวปี​ของ​ทุก​สิ่ง​ที่​ทรง​สร้าง” (โคโลสี 1:15) ที่อ้างอิงถึงการทรงสร้างใหม่มากกว่าจะเป็นการสร้างเก่า (ตามที่เราเห็นในบทที่ 4)  ในการทรงสร้างใหม่นี้ พระเยซูทรงเป็นผู้ที่เริ่มต้น[14]ของความเชื่อและเป็นผู้ที่ทำให้ความเชื่อของเราสมบูรณ์[15] (ฮีบรู 12:2) ดังนั้นจึงเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย

      ส่วนที่สามในวิวรณ์ 1:5 ที่มาหลังจาก “ผู้เป็นพยานที่ซื่อสัตย์” และ “​เป็นบุตรหัวปี​ที่​​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย” ก็คือ “ผู้​ปก​ครอง​เหนือ​บรร​ดา​กษัตริย์​ใน​โลก” นั้นสะท้อนให้เห็นความสูงส่งของพระเยซูในฟีลิปปี 2:9  ส่วนที่สามนี้ยังไม่มีผลอย่างเต็มที่ (“​เรา​ยัง​ไม่​เห็น​ว่า​ทุก​สิ่ง​อยู่​ใต้​อำ​นาจ​ของ​เขา” ฮีบรู 2:8) แต่จะบรรลุผลเต็มที่เมื่อพระองค์ “​จะเสด็จ​มา​พร้อม​กับ​หมู่​เมฆ”  ในเวลานั้น “นัยน์​ตา​ทุก​ดวง​จะ​เห็น​พระ​องค์” (วิวรณ์ 1:7)

      ในฐานะของผู้ปกครองเหนือกษัตริย์ในโลก พระเยซูจึงทรงได้รับตำแหน่งสูงสุดในโลกมนุษย์  ในสงครามทางโลกที่ต่อสู้กับพระเยซูผู้ที่ถูกเรียกว่าพระเมษโปดกนั้น พระองค์ยังถูกเรียกว่า “เจ้านาย​เหนือ​เจ้านาย​ทั้ง​หลาย และ​​กษัตริย์​เหนือ​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย” (วิวรณ์ 17:14) พระเยซูทรงแตกต่างจากคนอื่นๆที่ถูกเรียกว่า “​กษัตริย์​เหนือ​กษัตริย์​ทั้ง​หลาย” (อาร​ทา​เซอร์​ซีสในเอสรา 7:12, เนบู​คัด​เนส​ซาร์​ในดาเนียล 2:37) ที่ทรงมีสิทธิอำนาจทั้งหมดในสวรรค์และแผ่นดินโลก (มัทธิว 28:18) แม้ว่าจะไม่ได้อยู่เหนือพระเจ้า เพราะพระเยซูจะทรงมีชีวิตอยู่ภายใต้พระเจ้าตลอดไป (1 โครินธ์ 15: 27-28)[16]  พระเยซูยังตรัสด้วยว่า “เช่นเดียวกับ​ที่​เรา​ได้​รับ​สิทธิอำ​นาจ​จาก​พระ​บิดา​ของ​เรา” (วิวรณ์ 2:27) ซึ่งหมายความว่า อำนาจสูงสุดของพระองค์ไม่ใช่อำนาจที่มีอยู่ในตัวเอง แต่เป็นสิ่งที่พระบิดาประทานให้กับพระองค์

      ธรรมิกชนที่กำลังถูกข่มเหง (วิวรณ์ 1:7) จะเฝ้ามองไปที่การเสด็จมาของพระเยซูด้วยความคาดหวังอย่างร้อนร้น  พวกเขามีสิ่งมากมายที่จะขอบพระคุณในท่ามกลางความทุกข์ทรมานของพวกเขา ซึ่งเป็นผลมาจากการที่พวกเขาติดตามพระองค์บนแผ่นดินโลก และโดยเฉพาะขอบพระคุณสำหรับความรักที่ช่วยให้รอดของพระองค์ที่ว่า “แด่พระ​องค์​ผู้ทรง​รัก​เรา และได้ทรง​ให้เรา​หลุดพ้นจาก​บาป​ของ​เรา​ด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​องค์ และ​ได้ทรง​ตั้ง​เรา​ให้​เป็น​อา​ณา​จักร​และ​เป็น​พวก​ปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้า​และพระ​บิดา​ของ​พระ​องค์ ขอให้​พระ​เกียรติ​และ​ฤทธิอำนาจ​​มี​แด่​พระ​องค์​ตลอดไป​เป็น​นิตย์” (ข้อ 5-6)

 

ปุโรหิตของพระเจ้าและพระบิดาของพระองค์

      ข้อพระคัมภีร์ที่เพิ่งอ้างอิงนี้กล่าวว่า พระเยซูได้ทรงตั้งเราให้เป็น “ปุโรหิตของพระเจ้าและพระบิดาของ​พระ​องค์” (ข้อ 6)[17] ไม่ใช่ปุโรหิตของพระเยซูเอง  พระองค์ได้ทรงไถ่เราด้วยพระโลหิตของพระองค์ไม่ใช่เพื่อเราจะมีชีวิตอยู่เพื่อตนเองหรือแม้แต่เพื่อพระองค์ในที่สุด แต่เพื่อเราจะได้รับใช้ “พระเจ้าและพระบิดาของพระองค์” ในฐานะของพวกปุโรหิต  การปราศจากความเห็นแก่ตัวของพระเยซู ยังเป็นอีกด้านหนึ่งของความสมบูรณ์แบบของพระองค์ ที่เห็นได้ชัดเจนในความรักที่ให้ตัวเองของพระองค์ โดยที่ “พระ​องค์ได้ทรง​ให้เรา​หลุดพ้นจาก​บาป​ของ​เราด้วย​พระ​โล​หิต​ของ​พระ​องค์” (ข้อ 5)

      ความจริงที่ว่า พระเยซูได้ทรง​ตั้ง​เรา​ให้​​เป็น​ปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้า​และพระ​บิดา​ของ​พระ​องค์นั้น ไม่ได้ให้การสนับสนุนความเป็นพระเจ้าของพระเยซูตามที่อ้างถึงเลย แต่บอกเราแทนว่าพระเจ้ายังทรงเป็น “พระเจ้าและพระบิดาของพระองค์” ด้วย  ต่อมาในวิวรณ์ 3:12 เราจะเห็นว่าภายในข้อเดียวนี้ พระเยซูตรัสถึงพระเจ้าว่าเป็น “พระเจ้าของพระองค์” ถึงสี่ครั้งดังนี้

 

คน​ที่​ชนะ เรา​จะทำ​ให้​เขา​เป็น​เสา​หลัก​อยู่​ใน​พระ​วิหาร​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เรา  ​เขา​จะ​ไม่​ออก​ไป​จาก​พระ​วิหาร​​เลย และ​เรา​จะ​จารึก​พระ​นาม​พระ​เจ้า​ของ​เราบน​ตัว​เขา และ​ชื่อ​นคร​ของ​พระ​เจ้า​ของ​เรา คือ​นคร​เย​รู​ซา​เล็ม​ใหม่​ที่​ลง​มา​​จาก​พระ​เจ้า​ของ​เราจาก​สวรรค์ และ​จะ​จารึก​นาม​ใหม่​ของ​เรา​ด้วย (ฉบับ ESV)

 

      เมื่อมองย้อนกลับไปครั้งเมื่อเป็นผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพนั้น เราเชื่อกันได้อย่างไรว่าวิวรณ์บทที่ 1 ให้การสนับสนุนความเชื่อในตรีเอกานุภาพและความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์  แต่มันกลับเผยให้เห็นในสิ่งที่ตรงกันข้าม นั่นก็คือ วิวรณ์บทที่ 1 ประกาศว่าพระเยซูทรงเป็นมนุษย์ ที่โดยพระโลหิตของพระองค์ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของชีวิตมนุษย์นั้น ทำให้บรรดาคนบาปได้หลุดพ้นจากความผิดบาปของพวกเขา (ข้อ 5)  มนุษย์ได้ทำบาปและเขาได้รับการไถ่โดยมนุษย์คนหนึ่ง  การไถ่ไม่ได้กระทำโดยทางพระเจ้าเพราะพระองค์ทรงเป็นอมตะที่ไม่สามารถตายได้ แต่การไถ่กระทำโดยทางมนุษย์ที่สามารถตายได้  นี่คือสิ่งที่พระยาห์เวห์ได้ทรงมีแผนการไว้ตั้ง​แต่​ก่อน​เริ่ม​ต้น​ของ​กาล​เวลาด้วยพระปัญญาอันล้ำเลิศของพระองค์ (2 ทิโมธี 1:9; 1 โครินธ์ 2:7; ทิตัส 1:2)[18] โดยทรงเห็นว่าโดยทางมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบคนหนึ่งนี้ ที่พระองค์จะทรงช่วยทุกคนที่ร้องออกพระนามของพระองค์ให้รอดได้

      การที่พระเยซูได้ทรงตั้ง​เรา​ให้​เป็น​​พวก​ปุโร​หิต​ของ​พระ​เจ้าและ​พระ​บิดา​ของ​พระ​องค์มีความ หมายว่า มีพระวิหารที่จะรับใช้พระเจ้า เพราะปุโรหิตจะปรนนิบัติรับใช้ที่ไหน ถ้าไม่ใช่ในพระวิหาร?  และที่จริงในวันของ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า (วิวรณ์  1:10) ยอห์นเห็น “​คัน​ประ​ทีป​ทอง​คำ​เจ็ด​คัน” (ข้อ 12) ซึ่งในพระคัมภีร์มักจะตั้งอยู่ในวิสุทธิสถานของพระวิหารเสมอ  ใน “​ท่าม​กลาง​คัน​ประ​ทีปทองคำ​เหล่า​นั้น” ยอห์นเห็น “​ผู้​หนึ่ง​เหมือน​บุตร​มนุษย์” (ข้อ 13)[19]  ซึ่งเป็นคำอ้างอิงที่ชัดเจนถึงดาเนียล 7:13 (“มี​ท่าน​ผู้​หนึ่ง​เหมือน​บุตร​มนุษย์”)  ผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางคัน​ประ​ทีป “ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​ยาว​ และ​ทรง​คาด​แถบ​ทอง​คำรอบ​พระ​อุระ” (วิวรณ์ 1:13)  นี่เป็นภาพเสื้อของมหาปุโรหิต (อพยพ 28:4; 29:5)  แต่ภาพเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะบอกได้ว่า พระเยซูทรงสวมเสื้อของมหาปุโรหิตหรือไม่  นั่นเป็นเพราะทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดในวิวรณ์ 15:6 ก็สวมเสื้อคล้ายๆกันคือ “และ​ทูต​สวรรค์​ทั้ง​เจ็ด​องค์​ที่​​ออก​มา​จาก​พระ​วิหารกับ​ภัย​พิบัติ​ทั้ง​เจ็ด​นั้น นุ่ง​ห่ม​ผ้าป่าน​สะอาด​สุก​ใส และ​คาด​แถบ​ทอง​คำ​ที่​อก”

      สิ่งที่กำหนดลักษณะปุโรหิตของผู้ที่ “เหมือน​บุตร​มนุษย์” มากกว่าก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่าเขายืนอยู่ท่ามกลางคัน​ประ​ทีปทองคำ  ในขณะที่ตะเกียงสำหรับครัวเรือนจะพบอยู่ในบ้านเรือนทั่วไป (มัทธิว 5:15; ลูกา 8:16) ส่วนคันประ​ทีปทองคำนั้นไม่น่าจะเป็นของใช้อยู่ในครัวเรือน ยิ่งเมื่อคันประ​ทีปทองคำทั้งเจ็ดตั้งอยู่ด้วยกันด้วยแล้ว  เลขเจ็ดบอกถึงพระวิหารที่สมบูรณ์แบบในสวรรค์ซึ่งพระวิหารในโลกได้จำลองแบบ (กันดารวิถี 8:4; อพยพ 25:9,37,40; กิจการ 7:44; ฮีบรู 9:2)[20]

      ในขณะที่วิวรณ์ 11:4 แสดงให้เห็นผู้เผยพระวจนะสองคนที่ได้รับฤทธานุภาพในบริบทที่แตกต่างกันว่าเป็น “​​ต้น​มะกอก​สอง​ต้น​และ​คัน​ประ​ทีป​สอง​อัน​ที่​ตั้ง​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แห่ง​แผ่น​ดิน​โลก” ซึ่งคัน​ประ​ทีป​​เจ็ด​คันในวิวรณ์เป็นตัวแทนของเจ็ดคริสตจักรแห่งเอเชีย (วิวรณ์  1:20)[21] ผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางคัน​ประ​ทีปก็คือ “ผู้หนึ่งเหมือนบุตรมนุษย์” ผู้เป็นมหาปุโรหิตของคริสตจักร (ฮีบรู 2:17; 3:1, 4:14-15, 5:10, 8:1-3; 9:11)  “มหา​ปุโร​หิต​เช่น​นี้​แหละ​ที่​เหมาะ​สำ​หรับ​พวก​เรา คือ​เป็น​ผู้​บริ​สุทธิ์ ปราศ​จาก​อุบาย ไร้​มล​ทิน แยก​จาก​คน​บาป​ทั้ง​หลาย และ​อยู่​สูง​กว่า​ฟ้า​สวรรค์” (ฮีบรู 7:26)  จงสังเกตคำคุณศัพท์หลายคำที่ใช้เกี่ยวกับความสมบูรณ์แบบของพระเยซูว่า “บริ​สุทธิ์ ไร้​มล​ทิน ไม่ด่างพร้อย แยก​จาก​คน​บาป​ทั้ง​หลาย” (ฉบับ ESV) หรือ “บริ​สุทธิ์ ไร้ตำหนิ ปราศจากมลทิน แยกออกจากบรรดาคนบาป” (ฉบับ  NIV)

 

พระเยซูผู้เต็มด้วยพระสิริและเป็นที่ยกย่อง

      ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลยว่า “บุตรมนุษย์” (วิวรณ์ 1:13) ผู้เต็มด้วยพระสิริเหมือนพระเจ้า ซึ่งยืนอยู่ในท่ามกลางคัน​ประ​ทีปก็คือพระเยซูเอง เพราะว่าพระองค์เป็นผู้ที่ตรัสด้วยว่า “เรา​ได้​ตาย​แล้ว แต่ดูเถิด เรา​ยัง​ดำ​รง​ชีวิต​อยู่​ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์” (วิวรณ์  1:18) และข้อ 5 ก็พูดถึงพระเยซูว่า “​เป็น​บุตรหัวปี​ที่​​เป็น​ขึ้น​จาก​ตาย”

      เป็นเรื่องน่าแปลกที่รูปและลักษณะภายนอกของ “บุตรมนุษย์” ของดาเนียลในวิวรณ์เปลี่ยนไปคล้ายกับพระองค์ผู้ดำรงอยู่ตั้งแต่อดีตกาลในดาเนียลว่า “พระ​เศียร​และ​พระ​เก​ศา​ของ​พระ​องค์​ขาว​เหมือน​อย่าง​ขน​แกะและ​ขาว​เหมือน​อย่าง​หิมะ” (วิวรณ์  1:14)  นี่คล้ายกับภาพของพระเจ้าในดาเนียลที่ว่า “องค์ผู้ดำรงอยู่ตั้งแต่อดีตกาลประทับที่บัลลังก์ของพระองค์ ฉลองพระองค์ขาวเหมือนหิมะ พระเกศาเหมือนขนแกะที่ขาวหมดจด” (ดาเนียล 7:9)  พระเยซูผู้เป็นบุตรมนุษย์ได้เป็นขึ้นมาจากความตายหลังจากสิ้นพระชนม์และได้รับการยกย่องขึ้นสูง ทรงกลายมาเป็นพระฉายาของพระองค์ผู้ดำรงอยู่ตั้งแต่อดีตกาล!  ตอนนี้พระเจ้าผู้ทรงฤทธา​นุภาพสูงสุดได้ทรงสำแดงพระองค์เองในพระเยซูผู้เป็นมนุษย์ ผู้ที่ได้รับมอบสิทธิอำนาจทั้งสิ้นทั้งในสวรรค์และในแผ่นดินโลก!  พระสิริของพระเจ้าส่องสว่างบนพระพักตร์ของพระเยซูคริสต์ (2 โครินธ์ 4:6)  พระเยซูทรงทำให้พระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้าสำเร็จอย่างสมบูรณ์ในการทรงสร้างมนุษย์ให้เป็น “พระฉายาของพระเจ้า” (ปฐมกาล 1:27)[22]  เนื่องจากพระเยซูทรงเป็น​พระ​ฉายา​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ที่เราไม่อาจมองเห็นได้ (โคโลสี 1:15)[23] ดังนั้นการมองเห็นพระเยซูก็คือการมองเห็นพระเจ้า  แม้แต่พระสุรเสียงของพระองค์ซึ่ง “เหมือน​เสียง​น้ำ​มาก​หลาย” (วิวรณ์ 1:15) ก็เหมือนพระสุรเสียงของพระเจ้า (เอเสเคียล 43:2)[24]  มนุษย์ที่สมบูรณ์แบบเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า

      “พระองค์ทรงถือดาวเจ็ดดวงไว้ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์” (วิวรณ์ 1:16) ซึ่งก็คือ “บรรดา​ทูต​สวรรค์​ของ​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด” (ข้อ 20)  และ “มี​ดาบ​สอง​คม​ที่​คม​กริบ​ออก​มา​จาก​พระ​โอษฐ์ของพระองค์” (ข้อ 16) ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างถึงอิสยาห์ 11:4  “ท่าน​จะ​ตี​แผ่น​ดิน​โลก​ด้วย​ตะ​บอง​จาก​ปาก​ของ​ท่าน และ​ท่าน​จะ​ประ​หาร​คน​อธรรม​ด้วย​ลม​จาก​ริม​ฝี​ปาก​ท่าน” เป็นการอ้างอิงถึงกษัตริย์ผู้เป็นพระเมสสิยาห์จากเชื้อสายของดาวิด  พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า คม​ยิ่ง​กว่า​ดาบ​สอง​คม​ใดๆอย่างแท้จริง (ฮีบรู 4:12)

      ภาพอันเต็มด้วยพระสิริของพระเยซูในวิวรณ์ 1:16 (“พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​เหมือนดวง​อา​ทิตย์​ที่​ส่อง​แสง​แรง​กล้า”) คล้ายกับทูตสวรรค์​ที่​มี​ฤทธิ์ในวิวรณ์ 10:1 ที่ว่า “ข้าพ​เจ้า​เห็น​ทูต​สวรรค์​ที่​มี​ฤทธิ์​อีก​องค์​หนึ่ง​ลง​มา​จาก​สวรรค์ คลุมกายด้วย​เมฆ​​และ​มี​รุ้ง​บน​ศีรษะ​ของท่าน ใบหน้า​ของ​ท่าน​เหมือน​ดั่ง​ดวง​อา​ทิตย์ และ​ขา​ของ​ท่าน​เหมือน​ดั่ง​เสา​เพลิง”

      การปรากฏที่เต็มด้วยพระสิริของพระเยซู ทำให้เรานึกถึงการเปลี่ยนแปลงพระกายที่เกิดขึ้นเมื่อพระองค์ทรงมีชีวิตอยู่ในโลกว่า “​พระกายของพระ​องค์​ก็​เปลี่ยน​​ไป​ต่อ​หน้า​พวก​เขา พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ทอ​แสง​เหมือน​ดวง​อา​ทิตย์ ฉลอง​พระ​องค์​ก็​ขาว​​ดุจ​แสง​สว่าง” (มัทธิว 17:2)  ในทำนองเดียว กัน โดยการไถ่ในพระคริสต์นั้น “​บรร​ดา​คน​ชอบ​ธรรม​จะ​ส่อง​แสงเหมือนดวง​อา​ทิตย์​อยู่​ใน​อาณาจักรของพระ​บิดา​ของ​พวก​เขา​” (มัทธิว 13:43)

      เมื่อยอห์นเห็นพระเยซูในวิวรณ์ เขาเห็นตามที่เปาโลเรียกว่า “พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า ที่​ปรา​กฏ​บน​พระ​พักตร์​ของ​พระเยซู​คริสต์” (2 โครินธ์ 4:6)  แล้วยอห์นก็ล้ม​ลง​แทบ​พระบาทของพระเยซู (วิวรณ์ 1:17) ซึ่งคล้ายกับที่เอเสเคียลทำเมื่อเห็นพระสิริของพระยาห์เวห์ว่า “นั่นเป็นลักษณะที่เหมือน​พระ​สิริ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​ และ​เมื่อ​ข้าพ​เจ้า​เห็น​แล้ว ข้าพ​เจ้า​ก็​ซบ​หน้า​ลง​ถึง​ดิน” (เอเสเคียล 1:28)  ดาเนียลก็กล่าวในทำนองเดียวกันว่า “​ข้าพ​เจ้า​ได้​เห็น​นิมิต​ที่ยิ่งใหญ่​​นี้ ข้าพ​เจ้า​ก็​สิ้น​เรี่ยว​แรง... ข้าพ​เจ้า​ก็​ฟุบ​ลง​ซบ​หน้า​กับ​ดิน​หลับผล็อย​ไป” (ดาเนียล 10:8-9; เปรียบเทียบข้อ 17-19)

      พระเยซูทรงวางพระหัตถ์ขวาของพระองค์บนยอห์นและตรัสว่า “อย่า​กลัว​เลย เรา​เป็น​เบื้อง​ต้น​และ​เป็น​เบื้อง​ปลาย และเป็น​ผู้​ที่ดำรง​ชีวิต​อยู่  เรา​ได้​ตาย​แล้ว และ​ดูเถิด เรา​ยัง​ดำรง​ชีวิต​อยู่​ตลอด​ไป” (วิวรณ์ 1:17-18)

      พระยาห์เวห์ตรัสในทำนองเดียวกันว่า  “เรา​เป็น​เบื้องต้น​และ​เรา​เป็น​เบื้อง​ปลาย นอก​จาก​เรา​แล้ว​ไม่​มี​พระ​เจ้าอื่น” (อิสยาห์ 44:6; 48:12; เปรียบเทียบ 41:4 และ 43:10)[25]   ตอนนี้พระเยซูทรงกระทำการแทนพระยาห์​เวห์ในฐานะที่เป็นพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดมาและเป็นผู้ทำการแทนของพระองค์เหนือทุกสิ่งที่ทรงสร้าง โดยเฉพาะผู้ที่ถูกสร้างใหม่ซึ่งประกอบด้วยบรรดาผู้เชื่อที่แท้จริง และตรงนี้ก็เจาะจงถึงบรรดาผู้เชื่อจากเจ็ดคริสตจักรของเอเชีย

 

ความเชื่อว่าพระเจ้ามีเพียงองค์เดียวของวิวรณ์

      ในการสำรวจวิวรณ์บทที่ 1 โดยย่อนี้ เราไม่พบสิ่งใดที่สนับสนุนความเป็นพระเจ้าของพระคริสต์  คำเรียกว่า “พระเจ้าพระบุตร” ของผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพก็หาไม่พบที่ไหนเลยในวิวรณ์  สิ่งที่เราเห็นแทนก็คือพระสิริของมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ผู้เป็นพระฉายาที่สมบูรณ์แบบของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงเป็นตัวแทนของพระเจ้าที่ทอแสงพระสิริของพระเจ้าด้วยฤทธานุภาพและสง่าราศีที่ไม่มีใครเปรียบได้

      จากลักษณะที่เชื่อว่าพระเจ้ามีเพียงองค์เดียวของวิวรณ์นี้ เราควรเรียนรู้ที่จะระมัดระวังการเร่งรีบ สันนิษฐานเหมือนที่ผมเคยทำในอดีตว่า สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นชื่อเรียกพระเจ้าในพระคัมภีร์เดิมนั้นสามารถจะสันนิษฐานได้ว่ามีความหมายอย่างเดียวกันเมื่อใช้กับพระคริสต์  ตัวอย่างเช่น “เรา​เป็น​เบื้องต้น​และ​เรา​เป็น​เบื้อง​ปลาย” ในวิวรณ์ 1:17 ก็ยังพบในอิสยาห์ 44:6 และ 48:12[26] (เปรียบเทียบ 41:4)  เราจะสันนิษฐานโดยไม่ชักช้าไหมว่า “เบื้องต้น​และเบื้อง​ปลาย” มีความหมายเหมือนกันในทั้งสองกรณี ที่ผู้กล่าวว่า “เราเป็นเบื้องต้น​และเบื้อง​ปลาย” ในวิวรณ์ 1:17 เป็นบุคคลเดียวกับพระยาห์เวห์พระเจ้า?

      การพูดว่า “เรา​เป็น​เบื้องต้น​และ​เรา​เป็น​เบื้อง​ปลาย นอก​จาก​เรา​แล้ว​ไม่​มี​พระ​เจ้าอื่น” (อิสยาห์ 44:6) นั้น พระยาห์เวห์ทรงสำแดงพระองค์เองว่าเป็นพระเจ้าเพียงองค์เดียว ซึ่งเป็นการระบุตัวตนที่ไม่สามารถใช้ได้กับพระเยซู เพราะนั่นจะเป็นการกันไม่ให้พระบิดาของพระองค์เป็นพระเจ้า (ซึ่งตรงข้ามกับยอห์น 17:3 ซึ่งกล่าวว่า พระบิดาทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว)[27]

      อย่างไรก็ตาม คำเรียกพระเจ้าอย่างแท้จริงที่แสดงถึงความเหนือกาลเวลาของพระเจ้า ซึ่งมีรากฐานมาจากการเปิดเผยพระองค์เองของพระเจ้าต่อโมเสสที่พุ่มไม้ที่ลุกโชน นั่นก็คือ “​ผู้ทรง​เป็น​อยู่ ผู้​ทรง​เคย​เป็น​อยู่และผู้​ที่​จะ​เสด็จ​มา” (วิวรณ์ 1:4,8; 4:8) คำที่เรียกพระเจ้านี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ของวิวรณ์และไม่เคยใช้กับพระเยซู ซึ่งเป็นความจริงที่สอดคล้องกับความเชื่อที่แน่วแน่ว่าพระเจ้ามีเพียงองค์เดียวของวิวรณ์

      มันสอดคล้องกับคำสอนในพระคัมภีร์มากกว่าที่จะบอกว่า พระเจ้าได้ทรงมอบคำเรียกและพระลักษณะของพระองค์บางอย่างให้กับพระคริสต์  พระคริสต์ทรงทำหน้าที่เป็นผู้มีอำนาจเต็มของพระเจ้า ที่เมื่อพระองค์ตรัส ก็คือพระเจ้าเป็นผู้ตรัสผ่านพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงกระทำสิ่งใด ก็คือองค์ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุดเป็นผู้ทรงทำงานในพระองค์  และเมื่อพระองค์เสด็จมาในพระนามของพระบิดาของพระองค์ พระเจ้าก็เสด็จเข้ามาในพระองค์ (วิวรณ์  22:12-13)[28]

 

ลูกแกะเมษโปดกที่ถูกฆ่า

      ไม่มีข้อสงสัยเลยว่า คำเรียกบ่อยมากที่สุดของพระเยซูคริสต์ในวิวรณ์ก็คือ “พระเมษโปดก”  คำนี้ใช้กับพระองค์ในหนังสือวิวรณ์ 28 ครั้ง (= 4 x 7  ตัวเลข 4 และ 7 ที่สำคัญฝ่ายวิญญาณ มีปรากฏอยู่ทั่ววิวรณ์)

      ในวิวรณ์ 13:11  มี “ลูกแกะ” อีกตัวหนึ่งที่ปรากฏตัวในโลกโดยเลียนแบบเหมือนลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้าโดยมีจุดประสงค์เพื่อหลอกลวงโลก ดังที่กล่าวว่า “แล้ว​ข้าพ​เจ้า​เห็น​สัตว์​ร้าย​อีก​ตัว​หนึ่ง​ขึ้น​มา​จาก​แผ่น​ดิน มัน​มี​สอง​เขา​เหมือน​ลูก​แกะ และ​พูด​เหมือน​อย่าง​พญา​นาค”  ลูกแกะที่ต่างกันนี้จากการใช้คำเรียกว่า “ลูกแกะ” นั้นเป็นสัญลักษณ์ของ “พระคริสต์องค์ที่ต่างกัน” (เปรียบเทียบ 2 โครินธ์ 11:4)[29]

      การสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ผู้เป็นลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้าเพื่อลบล้างบาป เป็นหัวใจสำคัญของพระคัมภีร์ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เน้นเด่นชัดขึ้นในวิวรณ์ซึ่งเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายของพระคัมภีร์ที่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นจุดสำคัญสุดและข้อสรุปของพระคัมภีร์ใหม่  วิวรณ์เป็นหนังสือเพียงเล่มเดียวที่ความสุขจะมีแก่ผู้ที่อ่าน (วิวรณ์ 1:3; 22:7)  ในวิวรณ์นี้ พระเยซูทรงโดดเด่นในฐานะลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้าที่ถูกประหาร

      หนึ่งในสามของพระกิตติคุณสามเล่มแรกแต่ละเล่ม (มัทธิว มาระโก ลูกา) เน้นไปที่ช่วงสุดท้ายของชีวิตพระเยซู นั่นก็คือ เน้นที่ความทุกข์ทรมานและความตายของพระองค์  หัวข้อนี้ยังเน้นย้ำมากขึ้นในยอห์น คือเกือบครึ่งหนึ่งของพระกิตติคุณยอห์น มุ่งเน้นไปที่ช่วงสุดท้ายของชีวิตพระเยซู กับการสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์

      การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้บอกไว้ล่วงหน้าตั้งแต่การประสูติของพระเยซูแล้ว ด้วยภาพของดาบที่แทงหัวใจมารดาของพระองค์ (ลูกา 2:35)

      คำเรียกลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิวรณ์ปรากฏอยู่ในช่วงต้นของพระกิตติคุณยอห์นแล้ว (ยอห์น 1:29,36)[30]  สาระสำคัญของลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้านั้นแทรกซึมอยู่ในพระคัมภีร์ใหม่  นั่นเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคำสอนที่แผ่ครอบคลุมคำสอนของพระคัมภีร์ใหม่  ในทางกลับกันนั้น ทุกคำสอนในพระคัมภีร์ใหม่เกี่ยวข้องกับจุดศูนย์กลางนี้ เพราะตราบที่คำสอนในพระคัมภีร์ใหม่แผ่ออกมาจากจุดศูนย์กลางนี้ มันก็สามารถถูกโยงกลับไปได้

      ใน 1 โครินธ์ 5:7[31] เปาโลอ้างอิงถึงภาพของลูกแกะปัสกา แม้ว่าเขาจะเขียนบ่อยกว่าถึงความทุกข์ทรมาน ความตาย และการคืนพระชนม์ของพระเยซูด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า  ความทุกข์ทรมานของพระเยซูคริสต์ปรากฏเด่นชัดมากในหนังสือฮีบรู อีกทั้งในคำสั่งสอนของอัครทูตหลังวัน​เทศ​กาล​เพ็น​เท​คอสต์​ในหนังสือกิจการ

      หากปราศจากลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้า ก็จะไม่มีการบังเกิดใหม่ ไม่มีการสร้างใหม่ และไม่มีความสมบูรณ์แบบในชีวิตของผู้เชื่อ  เมื่อเราเห็นสิ่งที่ล้ำลึกของลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้า เราก็จะเข้าใจสิ่งที่ล้ำลึกของพระคัมภีร์ใหม่  ลูกแกะเมษโปดกของพระเจ้าเป็นบ่อน้ำพุที่ทุกสิ่งไหลมาจากที่นั่น  นี่เป็นจุดศูนย์กลางของพระคัมภีร์ใหม่ ส่วนที่เหลือเป็นการขยายความและการนำมาประยุกต์ใช้

      ลูกแกะที่ถวายบูชาจะต้องไม่มีจุดด่างพร้อยหรือมีตำหนิ (1 เปโตร 1:19)[32]  นั่นเป็นเหตุผลที่มีแต่พระเยซูผู้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบเท่านั้นที่สามารถเป็น “พระผู้ช่วยโลกให้รอด” (ยอห์น 4:42; 1 ยอห์น 4:14)[33] “ไม่มีนามอื่นท่าม​กลาง​มนุษย์ทั่วใต้ฟ้า ​ซึ่ง​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​รอด​ได้​” (กิจการ 4:12)[34]

 

พระเยซูไม่เคยรับการนมัสการในวิวรณ์

      คำภาษากรีกของ “นมัสการ” คือ proskyneō  ซึ่งมีปรากฏ 60 ครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ โดยพบ 24 ครั้ง (40%) ในวิวรณ์  นั่นเป็นจำนวนปรากฏที่มากสำหรับหนังสือเล่มเดียว แต่การปรากฏทั้ง 24 ครั้งของ proskyneō ในวิวรณ์ไม่ได้อ้างถึงพระเยซูเลย โดยยกเว้นข้อเดียวที่อาจเป็นไปได้!  เป้าหมายของการนมัสการในวิวรณ์คือพระยาห์เวห์แต่ผู้เดียว ไม่ใช่พระเยซูคริสต์

      ความจริงข้อนี้อาจทำให้คริสเตียนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าหนังสือวิวรณ์ให้ความสำคัญกับพระเยซูน้อยกว่าพระเจ้ามาก  พระนามของ “พระเยซู” มีปรากฏเพียง 14 ครั้งในวิวรณ์ ซึ่งเป็นจำนวนน้อยเพราะว่า “พระเยซู” มีปรากฏประมาณ 917 ครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ (แม้แต่ฟีลิปปีซึ่งเป็นจดหมายสั้นๆ ก็ยังมีปรากฏถึง 22 ครั้ง)  คำว่า “พระคริสต์” มีปรากฏมากกว่า 500 ครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ แต่มีปรากฏเพียง 7 ครั้งในวิวรณ์ (เทียบกับ 46 ครั้งในเอเฟซัส)  นี่ไม่ได้ชี้ให้เห็นหรือว่าพระเยซูคริสต์ไม่ใช่บุคคลผู้เป็นศูนย์กลางในวิวรณ์?

      ในพจนานุกรมภาษากรีก-อังกฤษฉบับ BDAG และ Thayer นั้นโดยพื้นฐานแล้ว proskyneō หมายถึง “การคุกกราบลง” (ดูรายละเอียดทั้งหมดในบทที่ 8)  คำนี้สามารถใช้ในความหมายที่อ่อนน้อม (การคุกกราบลงโดยไม่ได้นมัสการ) หรือในความหมายที่จดจ่อแน่วแน่ (นมัสการ)  ตัวอย่างของความหมายที่อ่อนน้อมจะพบในวิวรณ์ 3:9 “เราจะทำให้พวกเขามาและหมอบลงแทบเท้าของเจ้า และรับรู้ว่าเรารักพวกเจ้า” (ฉบับ NIV)  การหมอบกราบตรงนี้ไม่ใช่การนมัสการ แต่เป็นการนอบน้อมต่อหน้าบรรดาผู้เชื่อ

      มันจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจกับผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพที่หนังสือวิวรณ์ไม่เคยใช้ proskyneō กับพระเยซู ไม่ว่าจะด้วยความหมายที่อ่อนน้อมและความหมายที่จดจ่อแน่วแน่ โดยมีข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวและจำกัดของวิวรณ์ 5:14  เพื่อให้เห็นสิ่งนี้ ตอนนี้เราจะอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับ proskyneō ในวิวรณ์ และต่อไปเราจะเจออีกคำคือ piptō (ทรุดตัวลง)

      คำว่า proskyneō ใช้สองครั้งกับการหมอบกราบลงของยอห์นตรงหน้าทูตสวรรค์ที่สำแดงให้เขาเห็นสิ่งต่างๆในสวรรค์ “ข้าพ​เจ้า​ก็​หมอบ​ลง​แทบ​เท้า​ของ​ท่าน​เพื่อ​นมัส​การ​ท่าน” (วิวรณ์ 19:10) และ “ข้าพ​เจ้า​ก็​หมอบ​ลง​นมัส​การ​แทบ​เท้า​ทูต​สวรรค์​ที่​สำ​แดง​สิ่ง​เหล่า​นี้​แก่​ข้าพ​เจ้า” (วิวรณ์ 22:8)  ยอห์นหมอบกราบลงตรงหน้าทูตสวรรค์ แต่ทูตสวรรค์หยุดเขาไว้และพูดว่า “ท่านอย่า​ทำ​แบบ​นี้!  เรา​เป็น​ผู้​ร่วม​รับ​ใช้​เช่น​เดียว​กับ​ท่าน​และ​พวก​พี่​น้อง​ของ​ท่านซึ่ง​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ และ​พวก​ที่​ถือ​รัก​ษา​ถ้อย​คำ​ใน​หนัง​สือ​นี้  จง​นมัส​การ​พระ​เจ้า​เถิด” (วิวรณ์ 22:9)

 

      ในวิวรณ์ 1:17 ยอห์นทรุดตัวลงแทบพระบาทของพระเยซูด้วยความกลัว แต่คราวนี้คำที่ใช้ไม่ใช่ proskyneō แต่เป็น piptō (ล้มลง)

 

เมื่อเห็นพระองค์ ข้าพเจ้าก็ล้มลงแทบพระบาทเหมือนกับตายแล้ว จากนั้นพระองค์ทรงวางพระหัตถ์ขวาบนข้าพเจ้าและตรัสว่า “อย่ากลัวเลย เราเป็นเบื้องต้นและเบื้องปลาย” (วิวรณ์ 1:17 ฉบับ NIV)

 

       อีกสองสามบทต่อมาในวิวรณ์ 5:8 ก็มีการใช้ piptō อีกครั้งเกี่ยวกับพระเยซู “สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​สี่​และ​ผู้​อา​วุโส​ยี่​สิบ​สี่​คน​นั้น ก็​ทรุด​ตัว​ลงต่อพระ​พักตร์​พระ​เมษ​โป​ดก”  ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษทั้งหมดแปลคำ piptō ตรงนี้ว่า “ล้ม​ลง” (หรือที่คล้ายกัน) แทนที่จะแปลว่า “นมัสการ”

      มีการใช้ piptō ที่คล้ายกันนี้อีกเพียงครั้งเดียวในวิวรณ์  ในกรณีนี้พระเมษโปดกไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่อยู่เบื้องขวาของพระเจ้าผู้ประทับบนพระที่นั่ง

 

“ขอ​ถวายคำสดุดี พระ​เกียรติ พระ​สิริ​ และเดชา​นุ​ภาพ ​แด่​พระ​องค์​ผู้​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง​และ​แด่​พระ​เมษ​โป​ดก ตลอด​ไป​เป็น​นิตย์!” ​ ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​สี่​​ร้อง​ว่า “อา​เมน” และ​พวก​ผู้​อา​วุโส​ก็​ทรุด​ตัว​ลง (piptō) ​และ​นมัส​การ (proskyneō) (วิวรณ์ 5:13-14 ฉบับ NIV)

 

      วิวรณ์ 5:8 และ 5:13-14 พระคัมภีร์สองตอนที่เพิ่งอ้างถึงนี้ เป็นเพียงสองตอนเท่านั้นในวิวรณ์ที่เข้ามาใกล้การนมัสการพระเยซู  ในวิวรณ์ 5:8 ที่สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​สี่​และ​ผู้​อา​วุโส​ยี่​สิบ​สี่​คนก็​ทรุด​ตัว​ลง​ต่อ​พระ​พักตร์พระเยซู แต่ไม่มีการกล่าวถึงการนมัสการ  ในวิวรณ์  5:14 ที่เพิ่งอ้างถึง เราจะเห็นคำภาษากรีกสองคำที่กล่าวถึงข้างต้น คือ piptō (แปลว่า “ทรุดตัวลง”) และ proskyneō (แปลว่า “นมัสการ”)  ครั้งนี้การนมัสการถูกกล่าวถึงก็เพราะส่วนใหญ่แล้วการนมัสการมุ่งไปที่พระองค์ผู้ที่ “ประทับบนพระที่นั่ง” ซึ่งก็คือพระเจ้า

      นี่เป็นข้อสังเกตที่สำคัญ นั่นคือ ในหนังสือวิวรณ์ที่นอกเหนือจาก 5:14 แล้ว คำว่า proskyneō จะอ้างถึงพระเจ้าเสมอ และไม่เคยหมายถึงพระเยซูโดยไม่มีข้อยกเว้นเลย[35]  ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่า เมื่อ proskyneō ได้ใช้กับทั้งพระเจ้าและพระเยซูในวิวรณ์ 5:14 ข้อเดียวนั้น ก็จะเป็นพระเจ้าและไม่ใช่พระเยซูที่เป็นเหตุผลหลักของการใช้ proskyneō  สิ่งนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ว่าในบริบทถัดมาของวิวรณ์ 5:14 บุคคลที่เป็นจุดศูนย์กลางก็คือพระเจ้าผู้ประทับบนพระที่นั่งของพระองค์

      เรานึกถึงวิธีที่ชาวอิสราเอลกราบลงต่อพระเจ้าและต่อกษัตริย์ดาวิด (โปรดสังเกตคำที่เน้น)

 

1 พงศาวดาร 29:20  แล้ว​ดาวิด​ก็ตรัส​กับ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมดว่า “บัดนี้ จง​สรรเสริญ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย!”  และ​ชุม​นุม​ชน​ทั้ง​หมด​ก็​สรร​เสริญ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​บรรพ​บุรุษ​ของพวก​เขา​ทั้ง​หลาย และ​​กราบ​ถวายบังคมต่อ​พระ​ยาห์​เวห์ และต่อ​กษัตริย์ (ฉบับ NJB)[36]

 

      ในต้นฉบับภาษาฮีบรูของข้อนี้ มีคำ YHWH ปรากฏสามครั้ง  ข้อนี้ในฉบับ LXX คำที่แปลว่า “กราบถวายบังคม” ก็คือ proskyneō เป็นคำเดียวกันเลยกับที่ใช้ในวิวรณ์ 5:14  การใช้ proskyneō ใน 1 พงศาวดาร 29:20 เป็นสิ่งสำคัญเพราะมันบอกกับเราว่า ผู้แปลฉบับ LXX ไม่ได้ลังเลที่จะใช้ proskyneō กับดาวิดในเมื่อ proskyneō ก็ใช้กับพระยาห์​เวห์ด้วย!  ความคล้ายคลึงกันระหว่างดาวิดใน 1 พงศาวดาร 29:20  กับพระเยซูในวิวรณ์ 5:14 เด่นชัดมากขึ้นด้วยความจริงที่ว่า พระเยซูทรงเป็นพระเมสสิยาห์ตามที่ได้เผยพระวจนะไว้จากเชื้อสายของดาวิด

      เราสังเกตว่าใน 1 พงศาวดาร 29:20 นั้น บุคคลหลักที่มุ่งหมายให้รับการนมัสการนั้นไม่ใช่ดาวิด แต่เป็นพระ​ยาห์​เวห์ด้วยข้อเท็จจริงที่ดาวิดกล่าวว่า “บัดนี้ จง​สรรเสริญ​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย”  แต่นั่นก็ไม่ได้ตัดโอกาสดาวิดในการมีส่วนร่วมกับพระยาห์​เวห์ในฐานะผู้รับ proskyneō

      การใช้คำ piptō และ proskyneō รวมกันมีปรากฏในวิวรณ์ 7:11 แต่ไม่ได้อ้างอิงถึงพระเยซู

 

... พวกเขาหมอบซบหน้าลงต่อหน้าพระที่นั่งและนมัสการพระเจ้า ร้องว่า “อาเมน! ขอให้คำสรรเสริญ พระสิริ พระปัญญา คำขอบพระคุณ พระเกียรติ ฤทธานุภาพ และพระกำลัง มีแด่พระเจ้าของเราสืบๆ ไปเป็นนิตย์ อาเมน!” (วิวรณ์ 7:11-12 ฉบับ NIV)

 

      มีการกล่าวถึงพระเจ้าผู้ประทับบนพระที่นั่งของพระองค์ แต่ไม่ได้มีการกล่าวถึงพระเมษโปดก  การใช้ piptō และ proskyneō รวมกันจะเห็นได้อีกในข้อต่อไปนี้

 

แล้วผู้อาวุโสทั้งยี่สิบสี่คนซึ่งนั่งบนบัลลังก์ของตนต่อหน้าพระเจ้า ก็หมอบกราบลงนมัสการพระเจ้า ทูลว่า “ข้าแต่องค์ผู้เป็นเจ้า พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด ผู้ทรงเป็นอยู่และผู้ทรงเคยเป็นอยู่ พวกข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงสำแดงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ของพระองค์ และได้ทรงเริ่มครอบครองแล้ว”  (วิวรณ์ 11:16-17 ฉบับ NIV)

 

      ผู้อาวุโสทั้ง 24 คนขอบพระคุณพระองค์ “ผู้ที่เป็นอยู่และผู้เคยเป็นอยู่” ซึ่งเป็นคำเรียกของพระยาห์​เวห์ที่เราได้เห็นแล้ว  ผู้อาวุโสทั้งหมดก็หมอบกราบนมัสการพระเจ้า แต่ก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงพระเมษโปดกอีกเช่นกัน

      ข้อสุดท้ายในวิวรณ์ที่มีทั้ง piptō และ proskyneō ก็คือวิวรณ์ 19:4 ซึ่งไม่ได้กล่าวถึงพระเมษโปดกเลยว่า “และ​​ผู้​อา​วุโส​ทั้ง 24 คน​กับ​สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​สี่ ก็​ทรุด​ตัว​ลง​นมัส​การ​พระ​เจ้า​ผู้​ประ​ทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง”

      ในสมัยที่เป็นผู้เชื่อในตรีเอกานุภาพ ผมเห็นว่าพระเยซูทรงเป็นศูนย์กลางของการนมัสการในวิวรณ์  แต่ว่ามีเพียงข้อเดียวนี้ (วิวรณ์  5:14) ที่สนับสนุนความเป็นไปได้ในเรื่องนั้น แต่ข้อสนับสนุนก็อ่อนน้ำหนักด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า พระเมษโปดกไม่ได้ปรากฏพระองค์แต่เพียงลำพัง แต่ทรงอยู่ข้างๆพระเจ้าผู้ประทับบนพระที่นั่ง  มีกรณีเดียวของการยกย่องเทิดทูนพระเยซูตามลำพังองค์เดียวก็คือในวิวรณ์ 5:8[37] แต่ไม่ใช่ด้วยคำ proskyneō แต่ด้วยคำ piptō  ซึ่งเป็นคำที่ไม่ได้แปลว่า “นมัสการ” ในพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษทั้งหลาย  อันที่จริงวิวรณ์ 5:8 แทรกอยู่กลางระหว่างบทวิวรณ์บทที่ 4 กับบทที่ 6 ซึ่งทั้งสองบทมีศูนย์กลางอยู่ที่การนมัสการพระยาห์​เวห์

      ศูนย์กลางของการนมัสการในวิวรณ์นั้นไม่ใช่พระเมษโปดก แต่เป็นผู้ที่ประทับอยู่บนพระที่นั่งของพระองค์  พระเมษโปดกไม่ใช่ผู้ครอบครองหลักของพระที่นั่งนั้น เพราะพระที่นั่งนั้นเป็นของ พระเจ้าผู้ที่ถูกกล่าวถึงหลายครั้งมากว่าประทับบนพระที่นั่งนั้น  พระเยซูทรงมีพระที่นั่งของพระองค์เองที่ต่างจากพระที่นั่งของพระเจ้า (วิวรณ์ 3:21)[38]  เราได้นั่งกับพระเยซูบนพระที่นั่งของพระองค์เหมือนที่พระเยซูทรงได้นั่งกับพระบิดาของพระองค์บนพระที่นั่งของพระบิดาของพระองค์

      หนังสือวิวรณ์ยึดมั่นอย่างมากกับความเชื่อว่าพระเจ้ามีเพียงองค์เดียว  ในนิมิตในสวรรค์ของยอห์นนั้น ไม่มีผู้ใดนอกจากพระเจ้าที่ได้รับการนมัสการเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด และพระองค์คือผู้ที่ประทับบนพระที่นั่งตรงกลาง

 

 

ข้อสังเกตเพิ่มเติม: การเสด็จกลับมาอีกครั้งของพระยาห์​เวห์

วิวรณ์ 22:12-13  12“ดูเถิด เรา​จะ​มา​ใน​เร็วๆนี้ และ​จะ​นำ​บำ​เหน็จ​ของ​เรา​มา​ด้วย เพื่อ​ตอบ​แทน​ตาม​การ​กระ​ทำ​ของ​แต่​ละ​คน  13เรา​คือ​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา เป็น​เบื้อง​ต้น​และ​เบื้อง​ปลาย เป็น​ปฐม​และ​อว​สาน”

 

      เราไม่สามารถจะสรุปจากพระคัมภีร์ตอนนี้ว่าเป็นเพราะข้อ 12 มีคำว่า “เรา​จะ​มา​ในเร็วๆนี้” พระคัมภีร์ตอนนี้จึงหมายถึงพระเยซู  เนื่องจากการที่ความเชื่อในตรีเอกานุภาพกันไม่ให้พระยาห์​เวห์มีความสำคัญในคริสตจักร นั่นจึงไม่ได้รับรู้กันโดยทั่วไปว่า พระสิริของพระยาห์​เวห์จะถูกสำแดงเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา  นี่ไม่ได้เป็นการปฏิเสธว่าวิวรณ์พูดถึงการเสด็จกลับมาของพระเยซู (วิวรณ์ 1:7; 22:20)[39]  ถึงกระนั้นก็ยังมีความสำคัญพอๆกันที่ต้องสังเกตว่า พระคัมภีร์หลายข้อที่อยู่นอกวิวรณ์พูดถึงการเสด็จมาของพระยาห์​เวห์ในภาพเหตุการณ์ต่างๆกัน เช่น “พระ​ยาห์​เวห์​เสด็จ​จาก​ซีนาย และ​ทรง​ฉายแสงอรุณ​จาก​เส​อีร์​” (เฉลยธรรมบัญญัติ 33:2); “พระ​เจ้า​ของ​เรา​เสด็จ​มา” (สดุดี 50:3) หรือที่ “​พระ​ยาห์​เวห์​พระ​เจ้า​ของ​ข้าพเจ้าจะ​เสด็จ​มา” (เศคาริยาห์ 14:5); “พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​เมฆ​ที่เคลื่อนมาอย่าง​รวด​เร็ว และ​เสด็จ​มา​ยัง​อียิปต์” (อิสยาห์ 19:1); “พระ​สิริ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ถูกเผยให้เห็น และ​มนุษย์​ทุก​คน​จะ​มอง​เห็น​ด้วย​กัน” (อิสยาห์ 40:5); “องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​กำ​ลัง​เสด็จ​มา​พร้อม​กับ​ผู้​บริ​สุทธิ์​ของ​พระ​องค์​​เป็น​หมื่นๆ” (ยูดา 1:14)  เราเห็นสิ่งนี้เช่นกันในวิวรณ์

 

วิวรณ์ 6:15-17 15 [คนทั้ง​หลาย​ใน​โลก พวก​คน​ใหญ่​คน​โตและต่ำต้อย] ต่าง​ซ่อน​ตัว​อยู่​ใน​ถ้ำ​และ​โขด​หิน​ตาม​ภูเขา 16 พวก​เขา​ร้อง​​กับ​ภู​เขา​และ​โขด​หิน​ว่า “จง​ล้ม​ทับ​เราและจง​ซ่อน​เรา​ไว้ให้​พ้น​จาก​พระ​พักตร์​ของ​พระ​องค์​ผู้​ประ​ทับ​อยู่​บน​พระ​ที่​นั่ง และ​จาก​พระ​พิโรธ​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก  17 เพราะ​ว่า​วัน​สำ​คัญ​แห่ง​พระ​พิโรธ​ของพวก​พระ​องค์​มา​ถึง​แล้ว และ​ใคร​จะ​สา​มารถ​ยืน​หยัด​อยู่​ได้​เล่า” (ฉบับ ESV)

 

       คำพหูพจน์ว่า “ของพวก​พระ​องค์” (“พระ​พิโรธ​ของพวก​พระ​องค์​”) ตรงนี้หมายถึงสองบุคคล คือพระ​ยาห์​เวห์พระเจ้าผู้ประทับบนพระที่นั่งของพระองค์และพระเยซูคริสต์พระเมษโปดก  ถ้าพระ​ยาห์​เวห์ไม่ปรากฏให้เห็นในแบบที่มองเห็นได้ (สังเกตคำว่า “พระ​พักตร์”) แล้วทำไมผู้คนทั้งหลายในโลกนี้จึงพยายามซ่อนตัวจากพระองค์เล่า?  พระ​ยาห์​เวห์ผู้ประทับบนพระที่นั่งของพระองค์นั้นถูกกล่าวถึงก่อนพระเมษโปดก เพราะการเสด็จมาเกี่ยวข้องกับพระยาห์​เวห์และพระเมษโปดกด้วย

       ในวิวรณ์ 22:7 เป็นคำประกาศว่า “นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆนี้”  สองข้อก่อนหน้านี้พูดถึงพระเจ้า คือ “พระเจ้า” (ข้อ 5)[40] และ “พระ​เจ้าแห่ง​ดวงวิญญาณของ​เหล่าผู้​เผย​พระวจนะ” (ข้อ 6)[41] ซึ่งตรงกันข้ามกับความคาดหวังของเรา  ข้อ 3 พูดถึง “พระที่นั่งของพระเจ้าและของพระเมษโปดก”[42] ซึ่งแยกให้เห็นความแตกต่างระหว่างพระเจ้ากับพระเมษโปดกอีกเช่นกัน  ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าพระยาห์​เวห์เป็นผู้ที่กำลังตรัสในข้อ 7 (นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆนี้) และพระองค์จะเสด็จกลับมาพร้อมกับพระเมษโปดก


[1] ยอห์น 17:3 “และ​นี่​แหละ​คือ​ชีวิต​นิรันดร์ คือ​การ​ที่​พวก​เขา​รู้​จัก​พระ​องค์ ผู้​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​เดียว และ​รู้​จัก​พระ​เยซู​คริสต์​ที่​พระ​องค์​ทรง​ใช้​มา”

[2] H.A.W. Meyer; J.P. Lange; ทั้งสองคำกล่าวนี้ยกมาจากคู่มือวิเคราะห์และตีความวิวรณ์ของยอห์นโดย เอช เอ ดับบลิว มายเออร์ (หน้า 95) และคู่มืออธิบายพระคัมภีร์ของแลงก์เกี่ยวกับพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ (เกี่ยวกับวิวรณ์ 1:1)

[3] IVP New Testament Commentary

[4] ยอห์น 7:16-17 พระเยซูจึงตรัสตอบพวกเขาว่า “คำ​สอน​ของ​เรา​ไม่​ใช่​ของ​เรา​เอง แต่​เป็น​ของ​ผู้​ทรง​ใช้​เรา​มา ถ้า​ใคร​ตั้ง​ใจ​ประ​พฤติ​ตาม​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​องค์ คน​นั้น​ก็​จะ​รู้​ว่า​คำ​สอน​นี้​มา​จาก​พระ​เจ้า​ หรือว่าเราพูดตามใจชอบเอง”

[5] หมายถึงการเป็นขึ้นจากความตาย และการเสด็จสู่สวรรค์ (ผู้แปล)

[6] คำทักทายนี้ปรากฏในโรม 1:7; 1 โครินธ์ 1:3; 2 โครินธ์ 1:2; กาลาเทีย 1:3; เอเฟซัส 1:2; ฟีลิปปี 1:2; 2 เธสะโลนิกา 1:2; ฟีเลโมน 1:3

[7] ถ้าวิญญาณทั้งเจ็ดที่อยู่หน้าพระที่นั่งของพระเจ้า (วิวรณ์ 1:4) ถูกเข้าใจว่าเป็นวิญญาณจริง วิญญาณเหล่านั้นอาจเป็น “ทูตสวรรค์เจ็ดองค์ที่ยืนอยู่ต่อ​พระ​พักตร์​พระเจ้า” (วิวรณ์ 8:2) โดยทูตสวรรค์ทั้งปวงเป็น “วิญญาณผู้ปรนนิบัติ” (ฮีบรู 1:14)  นอกจากนี้วิวรณ์ 3:1 ยังพูดถึง “​วิญ​ญาณ​ทั้ง​เจ็ด​ของ​พระ​เจ้าและ​​ดาว​เจ็ด​ดวง” ที่ดาว​เจ็ด​ดวง​ก็​คือ​บรรดา​ทูต​สวรรค์​ของ​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด (วิวรณ์ 1:20) นั้น บ่งบอกว่า “วิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า” อาจเป็นทูตสวรรค์เช่นกัน  ถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจมีความคล้ายกันระหว่างสามชุดของจำนวนเจ็ดดังนี้คือ วิญญาณทั้งเจ็ดที่อยู่หน้าพระที่นั่งของพระเจ้า (วิวรณ์ 1:4), วิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า (วิวรณ์ 3:1), และทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดที่ยืนอยู่เฉพาะ​พระ​พักตร์พระเจ้า (วิวรณ์ 8:2), โดยทูตสวรรค์ทั้งปวงเป็นวิญญาณผู้ปรนนิบัติ (ฮีบรู 1:14)  มีอีกสองข้อที่อาจเกี่ยวข้องกัน  วิวรณ์ 4:5 เทียบ “วิญญาณทั้งเจ็ดของพระเจ้า” กับ “เจ็ดคบเพลิง” ต่อหน้าพระที่นั่ง ซึ่งทำให้นึกขึ้นได้ว่าทูตสวรรค์คือ “เปลว​เพลิง” (ฮีบรู 1:7)  วิวรณ์ 5:6 พูดถึง “พระ​วิญ​ญาณ​ทั้งเจ็ด​ของ​พระ​เจ้า ที่​พระ​เจ้า​ทรง​ส่ง​ออก​ไป​ทั่ว​แผ่น​ดิน​โลก” เป็นการเตือนเราว่า “ทูตสวรรค์” (ผู้สื่อสาร) ได้ถูก “ส่ง” ออกไป (วิวรณ์ 22: 6,16)

[8] คำว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า” นี้หมายถึง “พระยาห์เวห์” ซึ่งวิวรณ์ 4:8 อ้างอิงมาจากอิสยาห์ 6:3 ฉบับมาตรฐาน 2011 แปลว่า “บริ​สุทธิ์ บริ​สุทธิ์ บริ​สุทธิ์ พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ” (ผู้แปล)

[9] Pulpit Comment­ary; Alford’s Greek Testa­ment; Expositor’s Bible Commentary

[10] อพยพ 3:14 พระ​เจ้า​จึง​ตรัส​กับ​โมเสส​ว่า “เรา​เป็น​ผู้​ซึ่ง​เรา​เป็น” แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​ว่า “ไป​บอก​ชน​ชาติ​อิส​รา​เอล​ดัง​นี้​ว่า ‘พระ​องค์​ผู้​ทรง​พระ​นาม​ว่า เรา​เป็น​ทรง​ใช้​ข้าพ​เจ้า​มา​หา​ท่าน​ทั้ง​หลาย’”

[11] Tg. Ps.-J. (Targum Pseudo-Jonathan)

[12] คือการกที่ประธานของประโยคเป็นผู้กระทำ และสัมพันธการก คือการกที่แสดงความเป็นเจ้าของ (ผู้แปล)

[13] “the first and the last” หรือแปลว่า “คนแรกและคนสุดท้าย” (ผู้แปล)

[14] หรือแปลว่า “ผู้นำ” จากคำกรีก “archegos”, ฉบับไทยคิงเจมส์แปลว่า “ผู้ริเริ่ม”,  ฉบับมาตรฐาน 2011 แปลว่า “ผู้เบิกทาง”,  ฉบับ 1971  แปลว่า “ผู้บุกเบิก” (“archegos” คำเดียวกันนี้ใช้ในฮีบรู 2:10 ฉบับไทยคิงเจมส์แปลว่า “ผู้ที่เป็นนาย” ใช้ในกิจการ 5:31 ฉบับมาตรฐาน 2011 ว่า “องค์พระผู้นำ”) ผู้แปล

[15] “fixing our eyes on Jesus, the author and perfecter of faith” (Heb. 12:2 NAU) ฉบับไทยคิงเจมส์แปลว่า “หมายเอาพระเยซูเป็นผู้ริเริ่มความเชื่อ และผู้ทรงทำให้ความเชื่อของเราสำเร็จ” ฉบับมาตรฐาน 2011 แปลว่า “โดย​จับ​ตา​มอง​ที่​พระ​เยซู​ผู้​เบิกทาง​ความ​เชื่อ และ​ผู้​ทรง​ทำ​ให้​ความ​เชื่อ​นั้น​สม​บูรณ์” (ผู้แปล)

[16] 1 โครินธ์ 15:27-28  27เพราะ​ว่า “พระ​เจ้า​ทรง​ให้​ทุก​สิ่ง​อยู่​ใต้​อำนาจ​ภาย​ใต้​พระ​บาท​ของ​พระ​บุตร” แต่​เมื่อ​พระ​คัม​ภีร์​กล่าว​ว่า​ทรง​ให้​ทุก​สิ่ง​อยู่​ใต้​อำ​นาจ​นั้น ก็​รู้​ชัด​กัน​อยู่​แล้ว​ว่า ยก​เว้น​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​ให้​ทุก​สิ่ง​อยู่​ใต้​อำ​นาจ​พระ​องค์  28 เมื่อ​ทุก​สิ่ง​อยู่​ใต้​อำ​นาจ​พระ​องค์​แล้ว เมื่อ​นั้น​พระ​บุตร​พระ​องค์​เอง​ก็​จะ​ทรง​อยู่​ใต้​อำ​นาจ​พระ​เจ้า ผู้​ทรง​ให้​ทุก​สิ่ง​อยู่​ใต้​อำ​นาจ​พระ​องค์ เพื่อ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​เป็น​เอก​ใน​ทุก​สิ่ง

[17] ฉบับ ESV และฉบับอื่นๆคือ “priests to his God and Father.” (Rev.1:6) พระคัมภีร์ภาษาไทยมีเพียงฉบับอมตธรรมร่วมสมัยที่แปลว่า “พระเจ้าและพระบิดาของพระองค์”  ส่วนฉบับอื่นๆไม่ได้แปลคำว่า “และ” (พระเจ้าพระบิดาของพระองค์) ผู้แปล

[18] 2 ทิโมธี 1:9 “ผู้​ทรง​ช่วย​เรา​ให้​รอด และ​ทรง​เรียก​เรา​ด้วย​การ​ทรง​เรียก​อัน​บริสุทธิ์ ไม่​ใช่​ตาม​การ​กระ​ทำ​ของ​เรา แต่​ตาม​พระ​ประสงค์​และ​พระ​คุณ​ของ​พระ​องค์​เอง คือ​พระ​คุณ​ที่​ประ​ทาน​แก่​เรา​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​ก่อน​เริ่ม​ต้น​ของ​กาล​เวลา”

[19] วิวรณ์  1:12-13 “แล้ว​ข้าพ​เจ้า​ก็​หัน​กลับ​มา​ดู​ตรง​ที่​พระ​สุรเสียง​ตรัส​กับ​ข้าพ​เจ้า​นั้นและ​เมื่อ​หัน​กลับ​มา​แล้ว​ข้าพ​เจ้า​ก็​เห็น​คัน​ประ​ทีป​ทอง​คำ​เจ็ด​คัน ใน​ท่าม​กลาง​คัน​ประ​ทีป​เหล่า​นั้น​มี​ผู้​หนึ่ง​เหมือน​บุตร​มนุษย์ ทรง​ฉลอง​พระ​องค์​ยาว​คลุม​พระ​บาท และ​ทรง​คาด​แถบ​ทอง​คำ​ที่​พระ​อุระ”  

[20] อพยพ 25:37 “และ​เจ้า​จง​ทำ​ตะเกียง​เจ็ด​ดวง​สำหรับ​คัน​ประ​ทีป​นั้น แล้ว​ตั้ง​ไว้​บน​ยอด​แต่​ละ​กิ่ง​ให้​ส่อง​สว่าง​บริ​เวณ​หน้า​คัน​ประ​ทีป”

[21] วิวรณ์ 1:20  ดาว​เจ็ด​ดวง​ก็​คือ​บรรดา​ทูต​สวรรค์​ของ​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด และ​คัน​ประ​ทีป​เจ็ด​คัน​นั้น​ก็​คือ​คริสต​จักร​ทั้ง​เจ็ด

[22] ปฐมกาล 1:27 “พระ​เจ้า​จึง​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น​ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​องค์ ตาม​พระ​ฉายา​ของ​พระ​เจ้า​นั้นพระ​องค์​ทรง​สร้าง​มนุษย์​ขึ้น”

[23] โคโลสี 1:15 “พระ​คริสต์​ทรง​เป็น​พระ​ฉายา​ของ​พระ​เจ้า​ผู้​ไม่​ทรง​ปรา​กฏ​แก่​ตา ทรง​เป็น​บุตร​หัวปี​เหนือ​ทุก​สิ่ง​ที่​ทรง​สร้าง”

[24] เอเสเคียล 43:2 “พระ​สิริ​ของ​พระ​เจ้า​แห่ง​อิส​รา​เอล​มา​จาก​ทิศ​ตะวัน​ออก และ​พระ​สุร​เสียง​ของ​พระ​องค์​ก็​เหมือน​เสียง​น้ำ​ไหล​แรง”

[25] อิสยาห์ 44:6 พระ​ยาห์​เวห์ พระ​มหา​กษัตริย์​ของ​อิส​รา​เอล และ​พระ​ผู้​ไถ่​ของ​เขา พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ ตรัส​ดัง​นี้​ว่า “เรา​เป็น​เบื้องต้น​และ​เรา​เป็น​เบื้อง​ปลาย นอก​จาก​เรา​แล้ว​ไม่​มี​พระ​เจ้า”

[26] อิสยาห์ 48:12 “จง​ฟัง​เรา โอ ยา​โคบ อิส​รา​เอล ผู้​ซึ่ง​เรา​เรียก เรา​คือ​ผู้​นั้น เรา​เป็น​เบื้อง​ต้นและ​เรา​เป็น​เบื้อง​ปลาย”

[27] ยอห์น 17:3 “และ​นี่​แหละ​คือ​ชีวิต​นิรันดร์ คือ​การ​ที่​พวก​เขา​รู้​จัก​พระ​องค์ ผู้​ทรง​เป็น​พระ​เจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​เดียว และ​รู้​จัก​พระ​เยซู​คริสต์​ที่​พระ​องค์​ทรง​ใช้​มา”

[28] วิวรณ์  22:12-13 “นี่​แน่ะ เรา​จะ​มา​ใน​เร็วๆนี้ และ​จะ​นำ​บำ​เหน็จ​ของ​เรา​มา​ด้วย เพื่อ​ตอบ​แทน​ตาม​การ​กระ​ทำ​ของ​แต่​ละ​คน  เรา​คือ​อัล​ฟา​และ​โอ​เม​กา เป็น​เบื้อง​ต้น​และ​เบื้อง​ปลาย เป็น​ปฐม​และ​อว​สาน”

[29] 2 โครินธ์ 11:4 “เพราะ​ว่า​ถ้า​ใคร​มา​เทศ​นา​ถึง​พระ​เยซู​อีก​องค์​หนึ่ง ซึ่ง​ไม่​ใช่​องค์​ที่​เรา​เคย​เทศ​นา​นั้น หรือ​ถ้า​พวก​ท่าน​รับ​พระ​วิญ​ญาณ ซึ่ง​แตก​ต่าง​จาก​ที่​ท่าน​เคย​รับ​นั้น หรือ​รับ​ข่าว​ประ​เสริฐ​ซึ่ง​แตก​ต่าง​กับ​ที่​พวก​ท่าน​เคย​รับ​ไว้​แล้ว ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​ช่าง​อด​กลั้น​ดี​จริงๆ”

[30] ยอห์น 1:36 และ​ท่าน​มอง​ดู​พระ​เยซู​ขณะ​ที่​พระ​องค์​เสด็จ​ผ่าน​ไป และ​ท่าน​กล่าว​ว่า “จง​ดู​พระ​เมษ​โป​ดก​ของ​พระเจ้า”

[31] 1 โครินธ์ 5:7 “จง​ชำระ​เชื้อ​เก่า​เสีย เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เป็น​แป้ง​ดิบ​ก้อน​ใหม่ ดัง​เช่น​ที่​ท่าน​เป็น​พวก​ไร้​เชื้อ เพราะ​พระ​คริสต์​ผู้​ทรง​เป็น​ปัส​กา​ของ​เรา​ถูก​ถวาย​บูชา​แล้ว”

[32] 1 เปโตร 1:19  “แต่​ด้วย​พระ​โลหิต​ล้ำ​ค่า​ของ​พระ​คริสต์ ดัง​เลือด​ลูก​แกะ​ที่​ไร้​ตำ​หนิ​และ​ไร้​จุด​ด่างพร้อย”

[33] ยอห์น 4:42 พวก​เขา​พูด​กับ​หญิง​คน​นั้น​ว่า “ตั้ง​แต่​นี้​เป็น​ต้น​ไป ที่​เรา​เชื่อ​นั้น​ไม่​ใช่​เพราะ​คำพูด​ของ​เจ้า แต่​เพราะ​เรา​ได้​ยิน​เอง และ​เรา​รู้​ว่า​ท่าน​ผู้​นี้​เป็น​พระ​ผู้​ช่วย​โลก​ให้​รอด​ที่​แท้​จริง”

[34] กิจการ 4:12 ใน​ผู้อื่น​ความ​รอด​ไม่​มี​เลย เพราะ​ว่า​นาม​อื่น​ซึ่ง​ให้​เรา​ทั้ง​หลาย​รอด​ได้​นั้น ไม่​โปรด​ให้​มี​ท่าม​กลาง​มนุษย์​ทั่ว​ใต้​ฟ้า

[35] ยกเว้นการปรากฏของ proskyneō ที่กล่าวถึงการบูชา (นมัสการ) สัตว์ร้าย

[36] ฉบับอมตธรรมร่วมสมัยแปลว่า “เขา​ทั้ง​ปวง​ก็​หมอบกราบต่อหน้า​องค์​พระผู้เป็น​เจ้า​และกษัตริย์” และฉบับมาตรฐาน 2011 แปลว่า “และเขาทั้งหลายก้มลงนมัสการพระยาห์เวห์ และถวายบังคมแด่พระราชา” (ผู้แปล)

[37] วิวรณ์ 5:8 “เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​รับ​หนัง​สือ​นั้น​แล้ว สิ่ง​มี​ชีวิต​ทั้ง​สี่​และ​ผู้​อา​วุโส​ยี่​สิบ​สี่​คน​นั้น ก็​ทรุด​ตัว​ลง​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เมษ​โป​ดก แต่​ละ​คน​ถือ​พิณ​และ​ถือ​ชาม​ทอง​คำ​บรรจุ​เครื่อง​หอม ซึ่ง​เป็น​คำ​อธิษ​ฐาน​ของ​บรร​ดา​ธรร​มิก​ชน”

[38] วิวรณ์ 3:21 “คน​ที่​ชนะ เรา​จะ​ให้​เขา​นั่ง​กับ​เรา​บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​เรา เหมือน​อย่าง​ที่​เรา​มี​ชัย​ชนะ​แล้ว และ​ได้​นั่ง​กับ​พระ​บิดา​ของ​เรา​บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​องค์”

[39] วิวรณ์ 1:7 “นี่​แน่ะ พระ​องค์​จะ​เสด็จ​มา​พร้อม​กับ​หมู่​เมฆ และ​นัยน์​ตา​ทุก​ดวง​จะ​เห็น​พระ​องค์ แม้​แต่​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​แทง​พระ​องค์ และ​มนุษย์​ทุก​เผ่า​พันธุ์​ทั่ว​โลก​จะ​คร่ำ​ครวญ​เพราะ​พระ​องค์ จะ​เป็น​ไป​อย่าง​นั้น อา​เมน”

[40] วิวรณ์ 22:5 “กลางคืนจะไม่มีอีกต่อไป เขาไม่ต้องการแสงตะเกียง หรือแสงอาทิตย์ เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเป็นแสงสว่างของเขา และเขาจะครอบครองอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์” (ฉบับ 1971)

[41] วิวรณ์ 22:6 “ถ้อย​คำ​เหล่า​นี้จริงแท้และ​​เชื่อ​ถือ​ได้​  ​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​​พระ​เจ้าแห่ง​ดวงวิญญาณของ​เหล่าผู้​เผย​พระ​วจนะ ทรง​ส่ง​ทูต​สวรรค์​ของ​พระ​องค์​มา​สำ​แดง​ถึง​​แก่​บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์ให้เห็นสิ่งต่างๆ​ที่​จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​ใน​ไม่​ช้านี้” (ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย)

[42] วิวรณ์ 22:3 “พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​เจ้า​และ​ของ​พระ​เมษ​โป​ดก​จะ​ตั้ง​อยู่​ที่​นั่น และ​บรร​ดา​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​องค์​จะ​นมัส​การ​พระ​องค์”